การที่ท้องร้องโครกครากในตอนกลางคืน หรือ “เสียงท้องร้อง” นั้นเป็นอาการที่เกิดจากกระบวนการทำงานของระบบทางเดินอาหารและมักสัมพันธ์กับความหิว ความเครียด หรือระบบย่อยอาหารที่ยังทำงานอยู่ในช่วงเวลาพักผ่อน
แม้ว่าจะไม่ใช่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรง แต่อาจสร้างความรำคาญและส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับได้ มาดูกันว่ามีวิธีป้องกันและแก้ไขอาการนี้ได้อย่างไรบ้าง
สาเหตุของท้องร้องโครกครากในตอนกลางคืน
- ความหิว
การที่ท้องร้องมักเกิดจากการที่กระเพาะอาหารว่างเปล่า กระเพาะจะปล่อยแก๊สและเอนไซม์ออกมาเพื่อย่อยอาหาร ทำให้เกิดเสียงโครกคราก
- ระบบย่อยอาหารทำงาน
แม้ว่าเราจะนอนหลับ ระบบย่อยอาหารยังคงทำงานอยู่ เสียงที่ได้ยินเป็นผลจากการบีบตัวของลำไส้
- ทานอาหารไม่สมดุล
การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตสูงในมื้อเย็นอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็วในเวลากลางคืน และกระตุ้นให้เกิดความหิว
- ภาวะเครียดหรือวิตกกังวล
ความเครียดส่งผลต่อระบบประสาทและระบบย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องร้องได้
วิธีแก้อาการท้องร้องตอนกลางคืน
- ปรับมื้อเย็นให้สมดุล
ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ไขมันดี และไฟเบอร์ในมื้อเย็น เช่น ปลา ไก่ อโวคาโด หรือผักต่างๆ เพื่อช่วยให้อิ่มนาน และลดการร้องของกระเพาะอาหารในตอนกลางคืน
- ทานของว่างเบาๆ ก่อนนอน
หากรู้สึกหิวก่อนนอน ลองรับประทานของว่างที่ย่อยง่าย เช่น นมอุ่นๆ โยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือผลไม้ที่น้ำตาลต่ำ เช่น แอปเปิ้ลหรือฝรั่ง เพื่อช่วยลดเสียงท้องร้อง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
บางครั้งเสียงท้องร้องอาจเกิดจากร่างกายขาดน้ำ การดื่มน้ำเปล่าก่อนนอนประมาณ 1 แก้วช่วยให้ร่างกายสมดุล
- หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นก่อนนอน
หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา น้ำอัดลม หรือรับประทานอาหารเผ็ด มัน หรือหวานจัดในมื้อเย็น เพราะอาจกระตุ้นระบบย่อยอาหารจนทำให้เกิดเสียงท้องร้อง
- เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเบาลง ลดการเกิดแก๊สในกระเพาะและลำไส้
- พักผ่อนให้เพียงพอ
ความเหนื่อยล้าจากการนอนไม่พอหรือความเครียดอาจกระตุ้นให้ระบบประสาททำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการท้องร้อง ดังนั้นควรนอนหลับให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยให้กระเพาะและลำไส้ทำงานสมดุลขึ้น
หากอาการท้องร้องโครกครากเกิดขึ้นบ่อยจนรบกวนการใช้ชีวิต หรือมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น ท้องเสีย ท้องอืด หรือปวดท้อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน โรคลำไส้แปรปรวน หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
ได้รับการสนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังอย่างดี
